บริการด้านอาหาร: บริโภคน้ำตาลอย่างไร ให้ห่างไกลเบาหวาน?

บริการด้านอาหาร: บริโภคน้ำตาลอย่างไร ให้ห่างไกลเบาหวาน? โรคเบาหวาน เป็นภาวะที่ในกระแสเลือดมีระดับน้ำตาลสูงกว่าปกติ อันเนื่องมาจากการขาดฮอร์โมนอินซูลิน หรือประสิทธิภาพในการทำงานของฮอร์โมนอินซูลินลดลง เป็นเหตุให้น้ำระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น

ซึ่งหากปล่อยไว้เป็นเวลานานก็จะทำให้ร่างกายเกิดภาวะโรคแทรกซ้อนต่ออวัยวะต่างๆ ได้ง่าย อาทิ ตา ไต รวมไปถึงระบบประสาท ส่วนใหญ่อาหารที่เรารับประทานเข้าไปนั้น ร่างกายจะทำปฏิกิริยาเปลี่ยนอาหารให้เป็นน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือดเพื่อใช้เป็นพลังงาน รวมทั้งโรคเบาหวาน ยังเป็นโรคที่พบมากในคนไทยจำนวนไม่น้อยด้วย ซึ่งมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการรับประทานที่ชื่นชอบอาหารรสจัดและมักจะใช้เครื่องปรุงรสในการประกอบอาหาร ซึ่งในเครื่องปรุงรสต่างๆนั้น ก็มีน้ำตาลหรือโซเดียมเป็นจำนวนมาก

จึงทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคดังกล่าวได้ ทั้งนี้ อาหารหวานหรือของหวานต่างๆ ที่วัยรุ่นหรือเด็กๆที่ชอบรับประทาน ก็ยังมีส่วนผสมของน้ำตาลเป็นจำนวนมาก จึงทำให้โรคเบาหวานมักจะพบได้ในคนที่อายุยังน้อยได้เช่นเดียวกัน ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงการบริโภคน้ำตาล ให้ห่างไกลจากโรคเบาหวาน หรือทำอย่างไรเราถึงจะควบคุมปริมาณน้ำตาลได้ เพื่อเป็นแนวทางให้กับคนที่มีพฤติกรรมชอบรับประทานของหวาน ได้หันมาใส่ใจในเรื่องของการบริโภคน้ำตาลมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดน้ำตาลในเลือดสูงหรือลดโอกาสการเกิดโรคเบาหวานได้

อยากที่เรากล่าวมาตั้งแต่แรกว่า สาเหตุของการเกิดเบาหวาน ก็คือ เกิดจากการที่เรามีน้ำตาลในเลือดสูง หากอยากห่างไกลโรคเบาหวาน ควรเริ่มจากการงดบริโภคน้ำตาลเกินความจำเป็น เลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำตาล น้ำอัดลม ลูกอม หรือขนมหวานต่างๆ ลดการกินข้าวหรือแป้งขัดขาว เพราะข้าวขัดสีมีใยอาหารน้อย ควรหันมารับประทานข้าวกล้อง และธัญพืชไม่ขัดสี เพื่อให้ได้ใยอาหารที่เพียงพอ ช่วยลดการดูดซึมของน้ำตาลและช่วยจับไขมันอาหารด้วย นอกจากนี้ การรับประทานผักผลไม้ซึ่งมีใยอาหารสูงก็สามารถช่วยชะลอการดูดซึมของน้ำตาลทำให้ป้องกันโรคเบาหวานได้อีกด้วย ซึ่งการลดการบริโภคน้ำตาล ก็อาจะไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับใครหลายคน แต่เราสามารถเริ่มจากลดการเติมน้ำตาลในอาหารและเครื่องดื่มลง ใช้สูตรหวานน้อยจากปกติ และค่อย ๆ ลดลงไปเรื่อยๆ ลดการดื่มน้ำอัดลม น้ำหวาน และน้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง เลือกรับประทานผลไม้สดโดยไม่ต้องจิ้มเกลือน้ำตาล หรืออาจเลือกใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลเป็นบางครั้งคราว และเพิ่มการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

เพื่อช่วยให้เกิดการเผาผลาญน้ำตาลส่วนเกิน ไม่ให้มีการเปลี่ยนรูปเป็นไขมันสะสมอยู่ในร่างกาย ส่วนในกรณีของคนวัยทำงานที่ติดการดื่มเครื่องดื่มในทุกเช้า ไม่ว่าจะเป็นชา กาแฟ นม หรือน้ำผลไม้ รู้หรือไม่ว่าเครื่องดื่มแต่ละแก้วมีปริมาณน้ำตาลสูงแค่ไหน เครื่องดื่มบางอย่างแค่แก้วเดียวก็มากเกินปริมาณที่ควรได้รับในแต่ละวันแล้ว แต่หากเลิกไม่ได้จริง ๆ ให้สั่ง “หวานน้อย” เพราะอย่างน้อยก็ยังช่วยลดปริมาณน้ำตาลลงได้บ้าง และที่สำคัญที่สุด การลดความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำตาลในเลือดสูงนั้น ไม่ได้อยู่การลดการบริโภคน้ำตาลเพียงอย่างเดียว เราควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะเมื่อไหร่ที่ร่างกายอ่อนเพลีย ระดับน้ำตาลในเลือดจะไม่คงที่

ร่างกายจึงต้องการพลังงานไปชดเชย โดยเฉพาะความหวาน ที่สามารถลดความเหนื่อยล้า อ่อนแรง และอาการง่วงนอน ดังนั้น หากเรานอนเพียงพออย่างน้อย 6-7 ชั่วโมง ไม่นอนดึก ลดการบริโภคช่วงกลางดึก ร่างกายก็จะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ฮอร์โมนต่างๆ หลั่งออกมาและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า มีอารมณ์แจ่มใสและไม่เครียด ก็จะไม่รู้สึกอยากของหวานได้อีกด้วย

นอกจากการที่เราเลือกรับประทานอาหารแล้ว สิ่งที่จำเป็นก็คือ การตระหนักถึงความปลอดภัยในการบริโภค โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว ต้องระมัดระวังในการรับประทานอาหารให้มากเป็นพิเศษ และต้องรับประทานอาหารที่ขจัดสารพิษ เพราะอาจจะส่งผลต่ออาการที่เป็นอยู่ได้ และต้องรับประทานให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพื่อให้ได้รับสารอาหารต่างๆ ครบในปริมาณที่เหมาะสม เราอยากให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี เพื่อที่จะได้ห่างไกลจากโรคร้ายที่มาจากการไม่เลือกรับประทานอาหาร