อาหารผู้ป่วย ที่เหมาะสมกับผู้ป่วยที่เป็น โรคเบาหวาน เบาหวาน เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมไม่ให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคตาโรคของระบบประสาท เป็นต้น โดยสามารถควบคุมเบาหวานได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมชีวิต (Lifestyle modification) ประกอบด้วยการรับประทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ การมีกิจกรรมและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ร่วมกับการนอนหลับให้เพียงพอ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา

เป็นโรคเบาหวาน ควรทานอาหารแบบไหนดี?

อาหารเบาหวาน เป็นอาหารปกติสำหรับคนทั่วไป แต่อาจต้องเลือกชนิดของอาหารให้มีคุณภาพและควบคุมปริมาณในการรับประทานที่เหมาะสมเพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงหรือต่ำ จนเกินไปซึ่งแต่ละสารอาหารควรมีข้อจำกัด ดังนี้

1. คาร์โบไฮเดรต เป็นสารอาหารหลักที่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดมากที่สุด

– ข้าว แป้ง ควรรับประทาน ข้าวกล้องหรือข้าวไม่ขัดสี ขนมปังโฮลวีท ถั่วเมล็ดแห้งข้าวโอ๊ต ลูกเดือย เนื่องจากมีใยอาหารสูง ช่วยในการชะลอระดับน้ำตาลในเลือดได้
– ผัก สามารถรับประทานได้ไม่จำกัดเนื่องจากให้พลังงานต่ำ ใยอาหารสูง ควรเน้นผักใบเขียว เช่น คะน้า ตำลึง ผักกาดขาว ผักบุ้ง แต่อาจมีผักบางประเภทที่ควรจำกัดปริมาณการรับประทาน เช่น มันเทศ เผือก ฟักทอง แครอทเพราะมีปริมาณแป้งที่สูงมาก
– ผลไม้ สามารถทานได้ในปริมาณที่แตกต่างกัน ขึ้นกับดัชนีน้ำตาล (Glycemic Index) เช่น แอปเปิ้ล 1 ผลเล็ก, ส้ม 1 ผลเล็ก, ฝรั่ง 1ผลเล็ก, กล้วยหอม ½ ผล, มะละกอ 6-8 ชิ้นคำ, แก้วมังกร ½ ผล เป็นต้น ซึ่งในแต่ละวันอาจทานได้ 2-3 ครั้ง/วัน

ทั้งนี้ ผู้ที่เป็นเบาหวานควรหลีกเลี่ยงน้ำผักผลไม้ เพราะจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

2. โปรตีน ควรบริโภคเนื้อปลาและหรือเนื้อไก่ เป็นหลัก โดยการทานปลามากกว่า 2 ครั้ง/สัปดาห์ จะทำให้ได้รับ โอเมก้า 3 ซึ่งมีอยู่ในปลาแซลมอน, ทูน่า, ปลาทู, ปลาช่อน เป็นต้น และควรหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์แปรรูปต่าง ๆ เช่น ไส้กรอก, เบคอน, แฮม, หมูยอ, หมูแผ่น และหมูหยอง

3. โซเดียม สำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะความดันโลหิตสูงร่วมด้วย ควรจำกัด ปริมาณโซเดียมในแต่ละวัน ไม่ควรเกิน 2,000 มิลลิกรัม/วัน

– น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ มีโซเดียม 1,160-1,420 มิลลิกรัม
– ซีอิ้ว 1 ช้อนโต๊ะ มีโซเดียม 960-1,420 มิลลิกรัม
– ผงชูรส 1 ช้อนชา มีโซเดียม 497 มิลลิกรัม
– เกลือ 1 ช้อนชา มีโซเดียม 2,000 มิลลิกรัม

อาจใช้เครื่องสมุนไพร ในการชูรสอาหารให้มีกลิ่นหอมชวนรับประทานมากขึ้น เช่น ขิง, ข่า, ตะไคร้,ใบมะกรูด (เครื่องต้มยำต่าง ๆ)
คำแนะนำเพิ่มเติม ในการควบคุมน้ำตาลในเลือด

อาจแบ่งอาหารเป็นมื้อที่เล็กลง เพิ่มจำนวนมื้อมากขึ้นแบ่งกระจายระดับน้ำตาลในแต่ละมื้อไม่ให้สูงเกินไปหากเกิดภาวะน้ำตาลต่ำ (วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด) ให้ทำการเช็คระดับน้ำตาลปลายนิ้ว หากผลที่ได้ต่ำ ให้ทำการแก้ไขโดยดื่มน้ำผลไม้ 100-150 ml แล้วตรวจซ้ำ ถ้าไม่ดีขึ้นให้รีบมาพบแพทย์อีกครั้ง